หุ้นไทยปิดลบนักลงทุนผวาปัจจัยลบนอก-ใน

stockโดยดัชนีปิดตลาดที่ 691.41 จุด ลดลง 11.11 จุด (1.58%) ด้วยมูลค่าซื้อขาย 16,248.89 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 5 ก.พ. ดัชนีร่วงลงแรงทันทีที่เปิดตลาดและอ่อนตัวในแดนลบทั้งวัน ตามตลาดนอกดิ่งหนัก โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 693.66 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 687.11 จุด จนมาปิดตลาดที่ 691.41 จุด ลดลง 11.11 จุด หรือ 1.58% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 16,248.89 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 209.66 จุด ลดลง 2.76 จุด มูลค่าซื้อขาย 163.38 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก
1.บ้านปู ปิดที่ 540.00 บาท ลดลง 18.00 บาท
2. ปตท. ปิดที่ 218.00 บาท ลดลง 4.00 บาท
3.อินโดรามา ปิดที่ 10.00 บาท ลดลง 0.20 บาท
4.ปตท.สผ. ปิดที่ 132.00 บาท ลดลง 1.00 บาท
5.ปตท.เออาร์ ปิดที่ 24.00 บาท ลดลง 0.50 บาท

นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคที ซีมิโก้ มองว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับร่วงลงตามตลาดต่างประเทศ หลังได้รับผลกระทบจากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจไม่ฟื้นตัวเร็วอย่างที่คาด เพราะนอกจากนักลงทุนจะกังวลเรื่องฟองสบู่ที่จีน รวมถึงมาตรการคุมเข้มเศรษฐกิจในสหรัฐแล้ว ยังมีประเทศในแถบยุโรปเพิ่มเติมอีก ประกอบกับการเมืองในประเทศเข้ามากดดัน ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นออกมา

ส่วนแนวโน้มในสัปดาห์หน้า มองว่า ยังมีความเสี่ยงพอสมควร ซึ่งต้องติดตามว่าดัชนีดาวโจนส์จะปิดบวกได้หรือไม่ หากลดลงอาจทำให้หุ้นไทยปรับตัวลงตาม  และหากดาวโจนส์หลุดต่ำกว่าระดับ 10,000 จุด ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี บวกกับมีปัญหารการเมืองในประเทศอีก ประเมินแนวรับที่ 670-680 จุด และแนวต้าน 700-705 จุด ด้านกลยุทธ์ แนะนำถือเงินสด เพราะภาพรวมตลาดยังไม่นิ่ง.

ที่มาเดลินิวส์

Posted by TR on Feb 7th, 2010 and filed under เศรษฐกิจ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response by filling following comment form or trackback to this entry from your site

Leave a Reply