อสังหาฯหัวหินฟื้นแห่ขึ้นโครงการต่อเนื่อง

อสังหาฯหัวหินฟื้นแห่ขึ้นโครงการต่อเนื่อง ตลาดอสังหาฯ หัวหินเริ่มฟื้นตัว  ผู้ประกอบการเดินหน้าพัฒนาโครงการขายต่อ  พลัส คว้า 2 โปรเจ็กต์บริหารงานขายมูลค่าเฉียด 2,000 ล้าน เผยมีทรัพย์ในมือให้บริหารอีกกว่า 6,400 ล้านบาท  มั่นใจรายได้ทะลุ  300 ล้าน  ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายเริ่มเดินหน้าเทเงิน ขึ้นโครงการต่อเนื่องทั้งกลุ่มอมารี-โบ๊ตเฮ้าส์  ด้านดร.โสภณ เผยข้อมูลผู้ประกอบการพัฒนาโครงการในหัวหินกว่า 50,000 ล้านบาท

นางสาวสมสกุล หลิมศุทธพรรณ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหารสินทรัพย์  บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า  บริษัทได้รับการว่าจ้างจากผู้พัฒนาโครงการในอำเภอหัวหิน 2 รายให้บริหารงานขายมูลค่ารวมเกือบ 2,000 ล้านบาท  ได้แก่บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)  ให้บริหารงานขายโครงการหัวหิน  เฮอริเทจ มูลค่า 1,500 ล้านบาท เป็นอาคารสูง 28 ชั้น จำนวนยูนิตทั้งโครงการ 178 ยูนิต  แบ่งเป็นขนาด 1 ห้องนอน 71 ยูนิต, 2 ห้องนอน 76 ยูนิต,  3 ห้องนอน 29 ยูนิต และเพนต์เฮาส์ 2 ยูนิต   ราคาเริ่มต้น 4.56 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 90,662.9 บาทต่อตารางเมตร
บริษัท บลูล์ โลตัส คอนโดมิเนียมส์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ Villa, Banyan Resort และ Banyan Golf Course ให้บริหารงานขายโครงการบันยัน คอนโดมิเนียม มูลค่า 435 ล้านบาท  เป็นอาคารสูง 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร โดยมีจำนวนห้องชุดในโครงการทั้งหมด 96 ยูนิต ราคาเริ่มต้นประมาณ 3  ล้านบาท ราคาเฉลี่ยประมาณ 50,000 บาทต่อตารางเมตร  แบ่งเป็นขนาด  1 ห้องนอน 24 ยูนิต, 2 ห้องนอน 60 ยูนิต และ 3 ห้องนอน 12 ยูนิต
“โครงการเกิดขึ้นใหม่ในอำเภอหัวหินยังพอมีอยู่บ้างแต่ไม่มากประมาณ 2-3 โครงการ  สำหรับคอนโดมิเนียม  ส่วนบ้านพักตากอากาศจะไม่เห็นโครงการใหม่  ส่วนใหญ่จะเป็นการขยายเฟสเดิมออกไป  เพราะการขายจะเป็นลักษณะของการขายไปสร้างไป  ซึ่งตลาดหัวหินยังถือว่าเริ่มกลับมากระเตื้องขึ้นบ้างแล้ว  หลังจากที่ตลาดชะลอตัวลงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา  ซึ่งตลาดที่หายไปจะเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่ซื้อเพื่อการลงทุน  ส่วนตลาดคนไทยความต้องการยังมีอยู่  เพียงแต่พฤติกรรมการตัดสินใจซื้อจะช้าลง  เพราะรอจังหวะให้ราคาถูกลงไปกว่านี้” นางสาวสมสกุล  กล่าวและว่า
นอกจากนี้  ยังพบว่ามีผู้ประกอบการที่จะขึ้นโครงการ  8-9 แห่ง  ได้ชะลอการก่อสร้างในปีนี้ออกไปก่อน  เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ  แต่เชื่อว่าโครงการต่างๆ ไม่ได้เลิกล้มไปเลย  เพราะยังเห็นความเคลื่อนไหวในด้านการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของโครงการต่างๆ ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  แต่อาจจะต้องรอให้มีความพร้อมก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างโครงการได้
ในส่วนผลประกอบการของบริษัทปีนี้คาดว่าจะทำรายได้ 300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันทำรายได้แล้วกว่า 200 ล้านบาท  ซึ่งคงจะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5% จากปีที่ผ่านมา  ส่วนในปีหน้าคาดว่าจะทำรายได้ 400-450 ล้านบาท หรือ เติบโตในอัตรา 10-15%  ปัจจุบันบริษัทได้ทรัพย์ที่อยู่ในส่วนของบริหารการขายกว่า 1,200 รายการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,200-6,400 ล้านบาท
สำหรับความเคลื่อนไหวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอ.หัวหิน ล่าสุดบริษัท อมารี เอ็ซเทท จำกัด หนึ่งในบริษัทในเครือของบริษัท ศักดิ์สินประสิทธิ์ จำกัด ได้ลงทุน 2,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการ  “อมารี เรสซิเดนซ์ หัวหิน” บนเนื้อที่จำนวน 19 ไร่ แบ่งโครงการคอนโดมิเนียมบนพื้นที่ 5 ไร่ สูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร จำนวน 210 ยูนิต ขนาด 41.16-154.49 ตารางเมตร ขนาด 1-3 ห้องนอน ราคา 3-15 ล้านบาทคิดเป็นมูลค่าขายประมาณ 1,300 ล้านบาท คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท  ดำเนินการวางระบบและก่อสร้างโดยกลุ่มบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน)ในเดือนเมษายน2553  นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างในส่วนของโรงแรมอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท
ด้านบริษัท โบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน จำกัด ผู้พัฒนาโครงการโบ๊ทเฮ้าส์หัวหิน  ที่พัฒนาโครงการตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา  ก็ประกาศแผนการลงทุนอีกกว่า  2,000 ล้านบาท  ในปีหน้าเพื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในเฟสที่ 3 สำหรับอาคาร 4 และอาคาร 5 ขนาดความสูง 18 ชั้น  บนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ครึ่ง   มูลค่าโครงการประมาณ 2,400 ล้านบาทด้วย
ดร.โสภณ   พรโชคชัย ประธานกรรมการ  ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด  กล่าวถึงทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอำเภอชะอำและอำเภอหัวหิน  จากการสำรวจข้อมูลเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา  พบว่า มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศรวมกันถึง 133 โครงการ รวม 9,804 ยูนิต มูลค่าการพัฒนาทั้งหมดเป็นเงินประมาณ 57,376 ล้านบาท มีราคาเฉลี่ย 5.852 ล้านบาท ซึ่งถือว่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับภูเก็ต และสมุย โดยได้ขายไปแล้ว 5,514 ยูนิต  และเหลืออยู่ 4,290 ยูนิต  หรือประมาณ 44%
ขณะที่ข้อมูล  เมื่อเดือนเมษายน 2551 มีโครงการอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศในชะอำ-หัวหินเพียง 99 โครงการ รวม 7,848 ยูนิต  รวมมูลค่า 44,243 ล้านบาท  แสดงว่าสินค้าใหม่ในช่วงหลังได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมาก  โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 34%  จำนวนยูนิตเพิ่มขึ้น 25% และมูลค่าการพัฒนาเพิ่มขึ้น 30%  ส่วนอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศที่เกิดใหม่เฉพาะปี 2551 ในชะอำ-หัวหินนั้น  พบว่า มีจำนวนถึง 18 โครงการ รวม 1,512 ยูนิต  เป็นมูลค่า 8,245 ล้านบาท หรือยูนิตละ 5.453 ล้านบาท  นอกจากนี้  ยังพบข้อมูลว่ามีอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศในชะอำ-หัวหินเลิกกิจการไป 9 โครงการ รวม 413 ยูนิต  มูลค่ารวม 1,951 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Posted by TR on Nov 12th, 2009 and filed under อสังหาริมทรัพย์. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response by filling following comment form or trackback to this entry from your site

Leave a Reply