เอสเอพีจัดเวิล์ดทัวร์ 09

ยกเป็นงานระดับโลก เชื่อพลังเทคโนโลยีสามารถกระตุ้นธุรกิจได้ ช่วยวางแผนงานพร้อมกระตุ้นการเติบโตแก่องค์กร ย้ำพร้อมเสนอความสำเร็จที่เป็นจริงสู่ประเทศไทย

นายคริช ดัตต้า ประธาน บริษัท เอสเอพี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เอสเอพี เวิล์ด ทัวร์ เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทั่วโลก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าของเอสเอพี ในเชิงธุรกิจ ความคิด และการปฏิบัติ ส่งผลให้องค์กรมีความเจริญเติบโตและความชัดเจน นำไปสู่การปฏิบัติงานภายในองค์กรและเครือข่ายธุรกิจ โดยโครงการเอสเอพี เวิล์ด ทัวร์ จัดภายใน 50 ประเทศ ทั้งในทวีปยุโรป เอเชีย และละตินอเมริกา ถือเป็นงานด้านธุรกิจและเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่สามารถเข้าถึงลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้บริหารระดับสูงได้โดยตรง ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่บริษัทฯ จัดกิจกรรมดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการนำเสนอข้อมูลต่างๆ แก่องค์กรธุรกิจ ในประเด็นโซลูชันจากเอสเอพี ช่วยให้องค์กรทุกสามารถเปลี่ยนความท้าทายทางธุรกิจให้กลายเป็นโอกาส และนำไปสู่การเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประธาน บ.เอสเอพี ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวต่อว่า ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ งานเอสเอพี เวิล์ด ทัวร์ ครอบคลุมตลาดทั้ง 7 ประเทศ โดยจะเริ่มต้นที่ประเทศไทยในวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 และสิ้นสุดที่เมืองการาจี ประเทศปากีสถาน ในวันที่ 7 ตุลาคม 2552 พบว่า การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน องค์กรต่างๆ มีความท้าทายในการปรับสมดุลย์ระหว่างการลดต้นทุนและกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมาย เกิดการลงทุน เชื่อว่า งานดังกล่าวจะช่วยให้ผู้มีอำนาจการตัดสินใจในด้านธุรกิจได้รับข้อมูลเชิงลึก ที่มีคุณค่าต่องอค์กรและกระบวนการทำงาน รวมถึง ช่วยแก้ไขปัญหาสำคัญทางธุรกิจ โดยการสร้างโอกาสเกิดเครือข่าย ตลอดจนโซลูชันจากเอสเอพี ที่สามารถใช้งานได้จริง

นายคริช กล่าวอีกว่า งาน เอสเอพี เวิล์ด ทัวร์ มีจุดเด่นอีกปรการ คือ การแลกเปลี่ยนความเห็นในหัวข้อ Asia Leadership Dialogue อีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างเอสเอพี กับ แพลทตินัม เซอร์เคิล (Platinum Circle) จากการรวมกลุ่มขององค์กรเอกชนขนาดใหญ่ นอกจากนี้ การเข้าร่วมกิจกรรมแบบมีปฏิสัมพันธ์ภายในงาน ยังทำให้ผู้ร่วมงานฯ ได้เรียนรู้ผลการทำงานจากโซลูชันซอฟต์แวร์ทางธุรกิจของเอสเอพี และนำไปประยุกต์ใช้ตามความต้องการของบริษัทได้อย่างรวดเร็ว รวมถึง การสร้างความแตกต่างทางธุรกิจในภาวะที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง การดำเนินนโยบายด้านการเติบโตทางธุรกิจในสภาพแวดล้อมแบบนานาชาติ และการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างสูงสุดจากทรัพยากรที่มี ด้วยความสามารถหลักในการแข่งขันเชิงธุรกิจและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้ ได้อย่างใกล้ชิด

ที่มาไทยรัฐ

Posted by TR on Jul 3rd, 2009 and filed under เทคโนโลยี. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0. You can leave a response by filling following comment form or trackback to this entry from your site

Leave a Reply