หลังครึ่งปีแรกปรับตัวขึ้นกว่า 50% เผยขณะนี้อยู่ในช่วงขายทำกำไรหลังหุ้นพุ่งในครึ่งปีแรก ส่วนราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลต่อดัชนีฯในตลาดแน่เหตุหุ้นพลังงานมีอัตราส่วน ถึง 32%ของตลาด
นายกิตติ เหมนิลรัตน์ ผู้อำนวยการ บล.กรุงศรีอยุธยา กล่าวถึงแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้ (3 ก.ค.) ว่าดัชนีฯอยู่ในช่วงปรับตัวลดลงระยะสั้น ตามแนวโน้มของตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากในช่วงครึ่งปีแรกดัชนีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมาก ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่นักลงทุนขายทำกำไร ประกอบกับขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามา โดยดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ระดับ 8,280.74 จุด ปรับตัวลดลง 223.32 จุด ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดเช้าที่ระดับ 9,774.83 จุด ลดลง 101.32 จุด ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดตลาดที่ระดับ 17,961.18 จุด ลดลง 216.87 จุด
“ดัชนีฯใน 2-3 วันนี้ถืออยู่ในช่วงที่นักลงทุนขายทำกำไรหลังจากดัชนีฯปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ในช่วงครึ่งปีแรกที่ปรับตัวขึ้นกว่า 50%” ผู้อำนวยการ บล.กรุงศรีอยุธยา กล่าว
ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงในวันนี้ถือเป็นตัวชี้นำดัชนีฯ ให้ปรับตัวในทิศทางลง เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงงานมีอัตราส่วนในตลาดมากถึง 32% โดยราคาน้ำมันดิบไนแม็กซ์ ปิดตลาดที่ระดับราคา 66.73 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 2.58 ดอลลาร์สหรัฐ
โดยให้แนวรับแรกที่ 565 จุด หากดัชนีฯปรับตัวลดลงกว่าแนวรับแรกคาดว่าจะลงมาถึงแนวรับที่ 2 ที่ 535 จุด
ทั้ง นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันในสหรัฐดิ่งลงต่ำกว่าบาร์เรลละ 67 ดอลลาร์ เนื่องจากรัฐบาลสหรัฐฯรายงานตัวเลขการว่างงานเพิ่มเป็น 467,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ทำให้สถิติการว่างงานทะยานสูงสุดในรอบ 26 ปีที่ร้อยละ 9.5 ซึ่งเป็นการทำลายความหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้รายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐล่าสุด นับเป็นปัจจัยบ่งชี้ทิศทางเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่ง
ที่มาไทยรัฐ