รณรงค์สาวไทยตื่นตัวภัยเงียบ มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้

มะเร็งปากมดลูกโดยการให้ความสำคัญกับการตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถรักษาโรคร้ายได้ทันก่อนจะลุกลามและกลายเป็นมะเร็ง

ปาก มดลูกได้กลายเป็นอีกหนึ่งมหันตภัยร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงในอันดับต้นๆ แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง จึงทำให้โรคร้ายหลายโรคสามารถเฝ้าระวังและป้องกันรักษาได้อย่างทันท่วงที เพียงแค่หันมาใส่ใจดูแลสุขภาพของเราให้มากขึ้น!! สมาคมมะเร็งนรีเวชไทยและสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย จึงผนึกกำลังกันรณรงค์ให้สาวไทยเร่งป้องกันตนเองจากภัยเงียบ “มะเร็งปากมดลูก” ที่กำลังคร่าชีวิตสาวไทยเฉลี่ย 7 คนต่อวัน ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “มะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้” เพื่อสร้างความตื่นตัวให้เด็กสาวแรกรุ่นและผู้ปกครอง เปิดใจเรียนรู้ข้อมูลและวิธีป้องกัน “มะเร็งปากมดลูก” ก่อนสายเกินแก้

นพ.วิสุทธิ์ สุภัครพงษ์กุล รองเลขาธิการสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย เผยว่า มะเร็งปากมดลูกยังเป็นปัญหาของผู้หญิงไทย โดยเฉพาะการเสียชีวิตในวัย 40-50 ปี ซึ่งถือเป็นวัยสำคัญ เพราะเป็นกำลังหลักของครอบครัว โดยเฉลี่ยหญิงไทยเสียชีวิตด้วยมะเร็งปากมดลูกถึง 7 คนต่อวันและมีแนวโน้มจะเพิ่มจำนวนมากขึ้น เหตุที่ยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มจำนวนขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นไปได้ว่า จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น และการรณรงค์ให้ตระหนักถึงการป้องกันภัยมะเร็งปากมดลูกยังเข้าไม่ถึงผู้หญิง ดีพอ หากมีการรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกคนมีความเข้าใจในโรคมะเร็งปากมดลูกว่าเป็น อย่างไร และมีหนทางในการรักษาหากพบโรคร้ายนี้แต่เนิ่นๆ ก็มีความเป็นไปได้ที่มะเร็งปากมดลูกจะหมดไปจากประเทศไทย

ทั้งนี้ มะเร็งปากมดลูกมีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยและมีแนวคิด ในการใช้ชีวิตแบบอยู่ร่วมกันก่อนแต่งงาน หรือการเปลี่ยนคู่นอนได้ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ก่อให้เซลล์ปากมดลูกกลายเป็นมะเร็ง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า คนที่ติดเชื้อนี้ทุกคนจะเป็นมะเร็งปากมดลูก ส่วนมากผู้หญิงจะสามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีได้เอง จะมีน้อยกว่า 10% ที่ไม่สามารถกำจัดเชื้อได้ เชื้ออาจติดฝังแน่นแล้วพัฒนาไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ  และจากจุดเริ่มต้นที่ติดเชื้อชนิดนี้จนพัฒนาเป็นมะเร็ง อาจกินเวลาประมาณ 10-15 ปี ทางป้องกันที่ดีที่สุด คือการตรวจภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้เห็นความผิดปกติแต่เนิ่นๆ และสามารถรักษาได้ทันท่วงที หรือเข้ารับการฉีดวัคซีนเอชพีวี เพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชพีวีก่อมะเร็งสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งทั้งสองชนิดนี้เป็นสาเหตุถึงกว่าร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูก

โอกาสนี้ผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกวัย 63 ปี นางวัฒนา นาคทอง อดีตพยาบาล รพ.มหาราช จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมเผยประสบการณ์ด้วยว่า ตนทำงานเป็นพยาบาลอยู่หน่วยมะเร็ง ก็ตรวจหามะเร็งในตัวเองอยู่ทุกปี จนปี 2541 รู้สึกถ่วงท้องน้อย มีตกขาว จึงไปตรวจหามะเร็งปากมดลูกซ้ำอีก จนอายุ 50 ก็ไปตรวจทุกปี ผลการตรวจทุกครั้งยังปกติ แต่ก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ จึงไปตรวจซ้ำอีกจนพบว่า เป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งในใจตอนนั้นคิดว่าตัวเองคงเป็นระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ผลกลับเป็นว่าเป็นระยะ “1 ปี” คือสามารถลุกลามได้ วินาทีนั้นตนรู้สึกเหมือนตกเหว ทุกอย่างว่างเปล่า วูบไปเลย คิดแต่ว่าจะมีชีวิตไปได้อีกนานแค่ไหน และหลังเข้ารับการรักษา ตนก็คาดหวังว่า จะหายไม่เป็นอะไรอีก แต่ปรากฏว่าต้องเจอกับปัญหาแทรกซ้อนเยอะมาก ใช้เวลารักษาเป็นปี กลายเป็นความผิดหวังซ้ำซาก จากเจ็บป่วยทางร่างกายก็มาเป็นเจ็บป่วยทางใจ ไหนจะต้องกลับไปทำงานดูแลคนไข้ที่เป็นมะเร็ง ต้องคอยให้กำลังใจคนไข้เหล่านั้น   ทั้งๆที่ตัวเองก็ยังรักษาให้หายขาดไม่ได้   แต่ถึงกระนั้นตนเองก็ยังคงรักษาทางการแพทย์อยู่  จึงหันมารักษาทางจิตใจด้วยการมองอะไรในแง่บวก ไม่คิดถึงเรื่องความเจ็บป่วย ใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองอย่างดีที่สุด มีปัญหาก็แก้ จึงทำให้อยู่มาได้จนทุกวันนี้ ดังนั้น ตนจึงอยากฝากไปยังผู้หญิงทุกคนว่า อยากให้ทุกคนมองการป้องกันเป็นหน้าที่ที่ควรทำ อย่าบอกว่าไม่มีเวลา กลัว หรือว่าอายที่จะไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน  ทั้งนี้  เพื่อป้องกันตัวเองให้ห่างไกลโรค  จะได้มีความสุขในชีวิตอย่างแท้จริง.

ที่มาไทยรัฐ

This entry was posted in Health & Beauty, Women and tagged , . Bookmark the permalink.

One Response to รณรงค์สาวไทยตื่นตัวภัยเงียบ มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้

  1. Pingback: เมนูอาหารต้านมะเร็ง | TOROONG.COM