เลี่ยงมะเร็งปากมดลูก ปรับพฤติกรรมเสี่ยง

ผู้หญิงจำนวนมากยังเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “มะเร็งปากมดลูก” เป็นเรื่องของสาวสูงวัย แต่ความจริง การมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อยและเปลี่ยนคู่นอนบ่อย อาจพัฒนาเป็นโรคร้ายเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย ร่วมกับ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “มะเร็งปากมดลูก ป้องกันได้” กระตุ้นสาวไทยทุกวัย เร่งป้องกันตัวเอง ก่อนสายเกินแก้ เมื่อเร็วๆนี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล

นพ.วิสิทธิ์ สุภัครพงษ์กุล รองเลขาธิการ สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย กล่าวว่า มะเร็งปากมดลูกพบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของผู้หญิงไทย สถิติปี 2545 หญิงไทยเสียชีวิตเฉลี่ย 7 คนต่อวัน ส่วนสถิติปี 2550 ผลยังไม่ออกแต่คาดว่าเฉลี่ย 9 คนต่อวัน และในปีหน้าคาดว่าจะมีผู้ป่วยถึง 10,000  คนต่อปี ด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปผู้หญิงไทยมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย และมีแนวคิดการใช้ชีวิตแบบอยู่ก่อนแต่งงาน การเปลี่ยนคู่นอนบ่อยเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันผู้หญิงไทยละเลยการเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่าง สม่ำเสมอ กว่าจะรู้ตัวอยู่ในขั้นยากต่อการรักษา นอกจากนี้มีปัจจัยเสริมให้เกิด เช่น สภาวะร่างกายที่มีภูมิต้านทานไม่ดีจากความเครียดภายใน การใช้ยาคุมกำเนิดบางตัวนานเกิน 5 ปีขึ้นไป หรือสูบบุหรี่ เป็นต้น

“การป้องกันว่ามีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแปปสเมียร์ (Pap Smear) ตามสถานพยาบาลทั่วประเทศ แนะนำให้ตรวจทุก 6 เดือน ถึง 3 ปี และควรฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี ซึ่งสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ วัคซีนสามารถป้องกันได้ร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด แต่เชื้อไวรัสเอชพีวี 2 สายพันธุ์ 16 และ 18 สามารถรักษาได้ 100 เปอร์เซ็นต์”

ด้าน รศ.พ.อ.หญิง ฤดีวิไล สามโกเศศ เลขาธิการสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การรณรงค์ให้ความรู้แก่เด็กสาวแรกรุ่นและผู้ปกครอง จะช่วยให้เรียนรู้วิธีการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลมะเร็งปากมดลูกเมื่อเข้า สู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ที่ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยในอนาคต มะเร็งปากมดลูกเกิดจากการติดเชื้อไวรัส “ฮิวแมน แปปปิโลมาไวรัส” (Human Papilloma Virus) หรือ เชื้อเอชพีวีชนิดก่อมะเร็ง เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงเซลล์บริเวณปากมดลูก กระทั่งกลายเป็นมะเร็งใช้เวลาเฉลี่ย 5-15 ปี แต่ไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่ติดเชื้อแล้วจะเป็น ตามธรรมชาติร่างกายสามารถกำจัดเชื้อเอชพีวีได้เอง มีน้อยกว่าร้อยละ 10 ที่ไม่สามารถกำจัดได้ เชื้ออาจฝังแน่นแล้วพัฒนาเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ วิธีป้องกันคือตรวจภายในสม่ำเสมอ ชะลอการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ฉีดวัคซีนในเด็กผู้หญิงอายุ 11-12 ปี ซึ่งภูมิคุ้มกันจะสูงกว่าผู้ใหญ่ 2-3 เท่า

ส่วน นางวัฒนา นาคธร วัย 63 ปี อดีตพยาบาลโรงพยาบาลมหาราช นครเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เล่าว่า ดูแลผู้ป่วยมะเร็งจึงกลัวการเป้นมะเร็งมาก เริ่มตรวจทุก 6 เดือนแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ จึงไปตรวจซ้ำหลายครั้ง กระทั่งพบเป็นมะเร็งปากมดลูกระยะ 1 บี ซึ่งเป็นระยะลุกลามได้ เริ่มเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดและฉายแสง เจอปัญหาบั่นทอนกำลังใจ ความคาดหวังในการรักษา ความเจ็บป่วยทางกายกลายเป็นเจ็บป่วยทางใจด้วย พยายามเข้มแข็งดูแลคนไข้ ทั้งๆ ที่ป่วยเหมือนกัน ต้องขอบคุณมะเร็งที่สอนให้รู้จักควบคุมใจและใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น ปัจจุบันมะเร็งไม่หายขาด ต้องตรวจเป็นระยะ จึงอยากให้ทุกคนแบ่งเวลาไปตรวจ เพื่อป้องกันรักษาได้ทันท่วงที

ที่มาเดลินิวส์

This entry was posted in Health & Beauty, Women and tagged . Bookmark the permalink.

Comments are closed.