
หลายคนคงจะ ตะโกนในใจว่า ร้อนจนไม่อยาก จะออกจากบ้านไปไหน วันนี้ทีมงานต่วย’ตูนก็เลยเสาะหาเรื่องสวยงามเย็นตา เย็นใจมาให้ท่านผู้อ่านได้รื่นรมย์กันว่าด้วยเรื่องของ “ซากุระ” ดอกไม้สีชมพู กลีบบางเบา ที่ตอนนี้เริ่มทยอยผลิบาน ณ แดนอาทิตย์อุทัย ทำเอาชาวญี่ปุ่นพากันออกจากบ้านไปนั่งจิบเครื่องดื่มใต้ต้นซากุระกันเต็มสวน สาธารณะ
วัฒนธรรมการชมดอกไม้นี้มีมานานตั้งแต่ยุคนารา ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ราชวงศ์ถังของจีนมีอิทธิพลเหนือญี่ปุ่น และถ่ายทอดวัฒนธรรมมาให้หลายเรื่อง รวมทั้งการชมความงามของดอกไม้ ซึ่งดั้งเดิมเป็นการชมดอกท้อเป็นหลัก แต่ตั้งแต่ยุคเฮอัน ซากุระก็กลายเป็นดอกไม้ที่ได้รับความนิยมมากกว่า
ชาว ญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีความผูกพันกับซากุระมานาน คำว่าซากุระมาจากคำเก่าแก่สองคำคือ ซา หมายถึงวิญญาณแห่งพืชพันธุ์ และกุระ หมายถึงที่ประทับของเทพเจ้า รวมกันแล้ว ซากุระ คือที่สถิตของจิตวิญญาณแห่งพืชพันธุ์ทั้งปวง จึงเป็นต้นไม้ที่สำคัญมาก และการผลิบานของซากุระก็เป็นสัญญาณถึงการเริ่มฤดูกาลทำนา ซากุระจึงเป็นเหมือนจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นด้วย
ในแง่ของตำนาน ซากุระเกิดขึ้นมาเพราะเทวนารีองค์หนึ่ง คือ โคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ เชื่อกันว่า พระนางเป็นผู้ริเริ่มปลูกซากุระขึ้นเป็นครั้งแรก ต้นไม้ที่ท้าวเธอทรงปลูก จึงได้ชื่อตามนามของนาง แต่บางตำนานก็บอกว่า ต้นไม้ชนิดนี้ขึ้นงอกงามอยู่ก่อนแล้ว และตอนที่พระนางลงจากสวรรค์มาสู่โลกมนุษย์นั้น โคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ “หล่น” ปุ๊ลงมาบนต้นไม้ที่สวยงามนี้ และนับแต่นั้นมันก็ถูกเรียกขานว่า ซากุระ
โค โนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ เป็นธิดาของโอโฮยามัทซูมิ เทพแห่งภูเขา วันหนึ่งพระนางได้พบเทพนินิงิที่ชายทะเล และตกหลุมรักซึ่งกันและกัน เทพนินิงิจึงทูลขอต่อเทพแห่งภูเขา เพื่อขอนางมาเป็นชายา แต่ในตอนแรก เทพโอโฮยามัทซูมิได้เสนอให้เลือกธิดาอีกพระองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นเทพีแห่งก้อนหินมาเป็นคู่สยุมพรแทน แต่พระเอกของเราไม่ยอมค่ะ? พระองค์ยังยืนกรานในรักมั่นที่มีต่อเทวี แห่งซากุระ ในที่สุดจึงได้วิวาห์กันสมใจ
คนโบราณตีความว่า นี่แหละคือความหมายของชีวิต ซากุระซึ่งเป็นตัวแทนของท้าวเธอนั้น เติบโต ผลิบาน เกิดเป็นช่วงสวยงาม แต่ก็เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก่อนจะร่วงโรยเสื่อมสลายเหมือนดั่งเช่นชีวิตมนุษย์ที่ไม่ยั่งยืนยาวนานดุจ ภูผาหิน เมื่อถึงกาลเวลาก็จะต้องจากไป ช่วงที่ยังผลิบานอยู่ จึงควรจะเป็นช่วงที่ทำความดีแก่ประเทศชาติให้มากที่สุด ซากุระจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งความรักชาติด้วย
ใน ช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 รัฐบาลญี่ปุ่นได้เร่งปลูกซากุระในโรงเรียน และสถานที่ราชการทั่วไป เพื่อส่งเสริมความรักบ้านเกิด ทำให้ซากุระผลิบานอยู่ทั่วประเทศจนทุกวันนี้
ย้อนกลับไปที่เทพีโคโนะ ฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ หลังอภิเษกแล้ว ต้องเรียกว่าเปิดปุ๊บ ติดปั๊บค่ะ เพราะพระนางเข้าสู่ประตูวิวาห์ได้เพียงวันเดียวก็ทรงครรภ์ แหม งานนี้พระสวามีก็กริ้วซิคะ มีอย่างที่ไหน แต่งงานได้วันเดียวก็ตุ๊บป่องซะแล้ว ทำให้อดคลางแคลงใจ ไม่ได้ว่าในท้องเนี่ย เป็นลูกเราหรือลูกใครกันแน่
ถูก ตั้งข้อสงสัยเข้าอย่างนี้ เทวนารีของเราก็โมโหเหมือนกันล่ะค่ะ หน็อยแน่ะ มาหาว่ามีชู้ ว่าแล้วพระนางก็ดุ่มๆเข้าไปในกระท่อมปิดทึบ แล้วจุดไฟเผา หลังจากที่ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่า หากนางบริสุทธิ์แล้วไซร้ ขอให้ลูกในท้องคลอดออกมาแข็งแรงสมบูรณ์ ว่าแล้ว แม้ไฟจะลุกโชน แต่เทพีแห่งซากุระก็ได้ให้กำเนิดโอรสอย่างราบรื่น แถมยังได้เป็นแฝดสามในคราวเดียว ไม่ต้องทรงครรภ์กันให้เมื่อยบ่อยๆ
การ ที่เทพีโคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ ได้โอรสมาในกองเพลิงนี่เอง ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่า ท้าวเธอ “คุม”ไฟได้ ว่าแล้วก็เลยมีการสร้างศาลบูชาพระนางขึ้นที่ตีนภูเขาไฟฟูจิในปี ค.ศ.806 ด้วยความหวังว่า พระนางจะช่วยไม่ให้ภูเขาไฟพิโรธ จะได้ไม่ระเบิดเปรี้ยงปร้างให้ประชาชนเดือดร้อน
ทว่า ใน ค.ศ.864 ภูเขาไฟฟูจิก็พ่นพิษเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ ซึ่งผู้ว่าการจังหวัดกล่าวโทษว่า สาเหตุเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ไม่ยอมดูแลศาลเจ้าของพระนางให้ดี จึงบัญชาให้มีการสร้างศาลใหม่ และดูแลสักการะทุกวัน เทพีโคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ จึงกลายเป็นเทพีแห่งภูเขาไฟฟูจิด้วย จนถึงทุกวันนี้ ผู้ที่ไปเยือนภูเขาอันเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ก็มักจะแวะไปเยือนศาลของพระนางกันเนืองๆ และเชื่อกันอีกอย่างว่า เมล็ดพันธุ์ของต้นซากุระที่พระนางนำมาปลูกเป็นครั้งแรกในญี่ปุ่นนั้น ก็มาจากภูเขาไฟฟูจิซึ่งพระองค์ดูแลอยู่นี่เอง
ในบางตำนานบอกว่า พระนามของเทพีโคโนะฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ นั้น มีความหมายถึงเทวนารีผู้ฟื้นคืนความมีชีวิตใหม่แก่มวลดอกไม้ และพระนางก็ได้นำเมล็ดพันธุ์ดอกไม้แห่งความอุดมสมบูรณ์อันเป็นสัญลักษณ์ของ นางหว่านไปทั่วภูเขา เกิดเป็นความงามตกแต่งสถานที่ของท้าวเธออย่างตระการตา
นอก จากนั้น พระนางยังเป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ความปลอดภัยในบ้านและเปลี่ยนโชคร้ายให้กลายเป็นดี ให้ผู้คนได้ตามที่หัวใจปรารถนาด้วย
สำหรับเกษตรกร การผลิบานของซากุระเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มเพาะปลูก ซากุระจึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับที่เทพีโคโนะ ฮานะ ซากุยะ ฮิเมะ เป็น จึงมีการสักการะซากุระกันในหลายพื้นที่ และนอกจากเทวนารีพระองค์นี้แล้ว ชาวญี่ปุ่นยังเชื่อว่า ซากุระมีเทพอื่นๆคอยปกป้องอยู่อีก การสักการะต้นซากุระจึงแพร่หลาย โดยมักจะสักการะต้นซากุระกันด้วยสาเก และว่ากันว่า ไหนๆก็เอาสาเกมาถวายเทพแล้ว ก็เลยกรึ๊บ…ดื่มกันเองซะด้วย วัฒนธรรมการชมความงามของดอกซากุระก็เลยมีเรื่องให้ทำกันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหารมานั่งรับประทานกันใต้ต้นไม้ การดื่ม รวมไปถึงการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งในยุคหลายร้อยปีก่อน การชมและจัดงานเลี้ยงย่อยๆใต้ต้นซากุระนี้ เป็นเรื่องเฉพาะในราชสำนัก แต่กาลเวลาต่อมาก็เผยแพร่ออกสู่กลุ่มซามูไรและประชาชนทั่วไปถึงปัจจุบัน
วัฒนธรรม การชมซากุระ หรือที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า ฮานามิ นี้ มักจะเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือนมกราคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี แล้วแต่สถานที่ โดยดอกซากุระจะเริ่มบานจากทางตอนใต้ของประเทศขึ้นสู่ทางเหนือไปเรื่อยๆ ถึงกับต้องมีปฏิทินคอยบอกว่า จังหวัดไหนจะบานวันไหน เพื่อให้ประชาชนได้ออกมาชมซากุระกันทันกาลในแต่ละพื้นที่ และนอกจากการชมซากุระตอนกลางวันแล้ว ก็ยังเลยเรื่อยไปถึงการเฮฮาปาร์ตี้ดูดอกไม้กลีบบางกันช่วงยามดึก หรือที่เรียกว่า โยซากุระด้วย
ทั้ง ต้นและดอกซากุระเป็นสิ่งที่ผูกพันอยู่กับชาวญี่ปุ่นอย่างแยกไม่ออก ซากุระเป็นสัญลักษณ์สำคัญของญี่ปุ่น เป็นสื่อสำคัญที่รัฐบาลใช้ส่งเสริมให้ ประชาชนเกิดความรักชาติ และยังเป็นของขวัญเพื่อกระชับสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ดังเช่นที่ญี่ปุ่นเคยมอบต้นซากุระหลายพันต้นให้สหรัฐอเมริกาไปปลูก และงอกงามดีบนแผ่นดินที่เคยเป็นคู่สงครามกันมาก่อน แต่ในปัจจุบัน ต้นซากุระในสหรัฐฯ เป็นทั้งความงามที่ให้ความสุขตา สุขใจแก่ ผู้ชม และยังเป็นเครื่องหมายแห่งมิตรภาพอันดีด้วย
ไม่ว่าซากุระจะอยู่ที่ ไหน แต่คนส่วนใหญ่ก็จะนึกถึงญี่ปุ่น เช่นเดียวกับคนญี่ปุ่น ที่ไม่ว่าจะเห็นซากุระที่ไหนก็มักจะคิดถึงบ้าน คิดถึงความเป็นญี่ปุ่น ความสงบ ความงาม ความดี ฯลฯ
ทั้งหมดนี้มีอยู่ในดอกไม้งาม นามซากุระ จิตวิญญาณแห่งญี่ปุ่นนั่นเอง.
ทีมงานต่วยตูน
ที่มา ไทยรัฐ April 30, 2009