เฟียตขู่เลิกจับมือไครสเลอร์

อุตฯรถยนต์สหรัฐระส่ำหนัก เฟียตส่งสัญญาณหมดความอดทนกับสหภาพแรงงานไครสเลอร์ขณะจีเอ็มเจรจาขาย แซทเทิร์น เล็งยกเลิกปอนเตี๊ยกและจีเอ็มซี

นายเซอร์จิโอ มาร์ชิโอนเน หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร เฟียต บริษัทรถยนต์ชั้นนำของอิตาลี ที่อยู่ระหว่างเจรจาเป็นพันธมิตรกับ ไครสเลอร์ ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ประกาศเมื่อวันพุธ (15 เม.ย.) ว่า เฟียตอาจถอนตัวออกจากข้อตกลง หากสภาพแรงงานของไครสเลอร์ โดยเฉพาะในแคนาดา ไม่ยอมรับค่าจ้างและผลประโยชน์น้อยลง

ไครสเลอร์ ซึ่งประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก และรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐไปแล้ว 4,000 ล้านดอลลาร์ ได้รับข้อเสนอเงินกู้อีก 6,000 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาล โดยมีข้อแม้ว่าบริษัทต้องตกลงเป็นพันธมิตรกับเฟียตภาย ในสิ้นเดือนนี้ มิฉะนั้นจะต้องเผชิญภาวะล้มละลาย ขณะที่รัฐบาลแคนาดาเสนอความช่วยเหลืออีก 1,000 ล้านดอลลาร์ เนื่องจากไครสเลอร์มีโรงงานหลายแห่งอยู่ในแคนาดา

ทั้งนี้ เฟียตต้องการให้แรงงานในแคนาดายอมลดค่าจ้างชั่วโมงละ 15.7 ดอลลาร์ แต่สหภาพแรงงานรถยนต์แคนาดายืนกรานลดค่าจ้างชั่วโมงละ 5.8 ดอลลาร์

นายมาร์ชิโอนเนกล่าวว่า เฟียตอาจมองหาหุ้นส่วนรายใหม่ หรือรอซื้อสินทรัพย์ของไครสเลอร์ในราคาถูก หากผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐรายนี้ถูกบีบให้ต้องประกาศล้มละลาย

ทางด้าน เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ผู้ ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่อีกรายหนึ่งของสหรัฐ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลไปแล้วกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์ แถลงว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาขายกิจการ แซทเทิร์น คอร์ปอเรชั่น บริษัทลูกที่รับผิดชอบการจัดจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อ แซทเทิร์น ให้กับกลุ่มนักลงทุนเอกชน ที่ประกอบด้วย แบล็ก โอ๊ค พาร์ตเนอร์ส และดีลเลอร์หลายราย

นอกจากนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กอ้างแหล่งข่าวว่า จีเอ็มอาจต้องยกเลิกการทำธุรกิจภายใต้ยี่ห้อปอนเตี๊ยกและจีเอ็มซีเพื่อลดต้น ทุน ในขณะที่บริษัทเจรจากับทีมงานของนายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อประเมินว่า จีเอ็มสามารถปรับโครงสร้างโดยไม่ต้องเผชิญกับภาวะล้มละลายได้หรือไม่

แหล่งข่าวกล่าวว่า จีเอ็มซีมีโอกาสที่จะอยู่รอดมากกว่าปอนเตี๊ยก เนื่องจากรถที่อยู่ภายใต้แบรนด์จีเอ็มซี มีเพียงรถบรรทุกขนาดเล็ก คือ รถปิกอัพรุ่นเซียร่า ขณะที่แบรนด์ปอนเตี๊ยกมีรถหลายรุ่น

ขณะเดียวกัน อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี) บริษัทประกันที่ประสบปัญหาการเงินเช่นเดียวกัน มีแนวโน้มว่าจะขายธุรกิจประกันภัยรถยนต์ให้กับซูริก ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส มูลค่ากว่า 1,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นการขายกิจการครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

แหล่งข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 17 April 2009

This entry was posted in Automotive and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.