หวังชิงเค้กก้อนโตรับฤดูการขาย
ร้อนนี้ บรรดาเจ้าของสินค้าอุปโภคบริโภค ต่างได้ฤกษ์ระเบิดสงครามโปร โมชั่น เปิดศึกชิงยอดขายกันถ้วนหน้า ทั้งจากผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ที่ข้ามรุ่นไปฟาดฟันเขย่าบัลลังก์รายใหญ่ หรือแม้แต่ระหว่างช้างชนช้างด้วยกันเองที่พร้อมใจกันทุ่มงบเกือบหมดหน้าตัก สาดแคมเปญลดกระหน่ำซัมเมอร์เซลส์ สร้างแม่เหล็กจูงใจดูดเงินในกระเป๋าเหล่านักช้อปให้ตัดสินใจควักจ่ายได้ง่ายและเร็วขึ้น เพื่อใช้โอกาสทองในหน้าร้อนนี้ กอบโกยยอดขายให้พุ่งกระฉูด หวังพยุงให้บริษัทอยู่รอด และฝ่ามรสุมเศรษฐกิจที่เข้ามารุมเร้าได้
สีสันการตลาดในปีนี้ จึงดูคึกคักเป็นพิเศษ เพราะบริษัทหลายแห่งเริ่มลุกขึ้นมาปลุกกระแสอัดโปรโมชั่นแรง ๆ ต้อน รับหน้าร้อนกันตั้งแต่ไก่โห่ ทำเอาเจ้าของสินค้าทั้งน้อยใหญ่ที่นับวันรอเวลาเหมาะสม ถึงกับนั่งไม่ติดเก้าอี้ ต้องเร่งพลิกตำรางัดสารพัดวิธีสร้างความแตกต่างมัดใจผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการอัดงบโฆษณาผ่านสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะทีวี ที่เข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและกระจายในวงกว้าง รวมถึงสื่อหนังสือพิมพ์ และการทำกิจกรรมให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วม
ประเดิมกันที่ห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ กลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่มีศูนย์การค้าในเครือซึ่งหรูหราไฮโซอย่างสยามพารากอน, ดิ เอ็มโพเรียม รวมไปถึงห้างระดับกลางอย่างเดอะมอลล์ที่กระจายทุกมุมเมือง ที่งานนี้ “ชำนาญ เมธปรีชากุล” ผู้อำนวยการใหญ่ อาวุโสสายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ที่งานนี้ขอเกาะกระแสเช็คช่วยชาติ ด้วยการอัดงบถึง 200 ล้านบาท จัดแคมเปญใหญ่ “ช้อปช่วยชาติ” ในหน้าร้อนรวม 35 วัน เริ่มตั้งแต่บัดนี้ถึง 29 เม.ย. โดยยกขบวนสินค้าในเครือมาลดหั่นราคากันสุด ๆ เริ่มต้นที่ 30-80% แถมยังมอบบัตรของขวัญให้ประชาชนที่นำเช็ค 2,000 บาทมาแลกรับบัตรของขวัญได้มูลค่าถึง 2,200 บาท พร้อมรับสินค้ามูลค่ากว่า 100 บาท ซึ่งหมายมั่นปั้นมือว่าตลอดการจัดงานจะกวาดยอดขายได้กว่า 4,000 ล้านบาท หรือพุ่ง 14.28% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ
ฟากคู่แข่งคนสำคัญอย่าง ห้างเซ็น ทรัล ที่นำทัพโดย “ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ที่ไม่น้อยหน้าทุ่มงบถึง 200 ล้านบาท จัดกิจกรรมต้อนรับหน้าร้อนหวังใช้เป็นช่องทางตักตวงยอดขายเข้า กระเป๋าเพราะถือเป็นเทศกาลขายสำคัญของธุรกิจค้าปลีก โดยได้จัดแคมเปญ โอเวอร์ ไซด์ ซัมเมอร์ ช้อปปิ้ง ความสุขไซส์ใหญ่กว่า สีสันแห่งซัมเมอร์ที่มากกว่า ที่เซ็น ทรัลพลาซา ทุกสาขา ซึ่งมาพร้อมกับ โปรโมชั่นส่วนลดสุดคุ้ม ตามด้วยกิจกรรมพิเศษตลอดช่วงหน้าร้อน เพื่อสร้างสีสันลากยาวจนถึงเดือน มิ.ย. นอกจากนี้ ลูกค้าที่มาช้อปที่เซ็นทรัลพลาซาทุกแห่ง ครบ 1,000 บาท รับคูปอง 1 ใบ เพื่อลุ้นรับรางวัลกว่า 560 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท
สมรภูมิสินค้าที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คงหนีไม่พ้น “น้ำอัดลม” เพราะยิ่งอากาศร้อนระอุมากเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็ต้องการเครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายคลายร้อนมากขึ้นเท่านั้น นำโดยค่าย โค้ก ที่ส่งแคมเปญครั้งใหญ่สุดในรอบปีรับเทศกาลสงกรานต์ และเป็นแคมเปญใหญ่สุดในช่วงหน้าร้อนเท่าที่เคยจัดมา ภายใต้ชื่อ “สาดซ่า สาดสนุก รับสงกรานต์” ซึ่งใช้งบถึง 80 ล้านบาท หวังชวนคนไทยทั่วประเทศสดชื่นดับร้อนไปกับโค้ก ทั้งจัดคาราวานรถเล่นน้ำสงกรานต์ พร้อมอุปกรณ์และคนขับ ในพื้นที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และบางแสน รวม ทั้งให้ทีมผู้ชนะสะสมฝาโค้กได้มากอันดับ 1 ลุ้นแพ็กเกจเที่ยวทั่วไทยมูลค่า 100,000 บาท และสะสม “ฝาโค้ก 2009” แลกรับอุปกรณ์เล่นน้ำสงกรานต์ลิมิเต็ดเอดิชั่น เช่น เสื้อสาดซ่า สาดสนุก ปืนฉีดน้ำและแว่นกันน้ำ นอกจากนี้ ยังแจ้งเกิดน้องใหม่ “มินิเมด พัลพิ” น้ำส้มพร้อมดื่ม ที่ใช้จุดเด่น การผสมเนื้อส้มแท้ ๆ รองรับตลาดในช่วงหน้าร้อนของไทย หวังชิงเค้กตลาดน้ำผลไม้เมืองไทยมูลค่า 7,000 ล้านบาท
ส่วนค่าย “เป๊ปซี่” ที่มี “ปริญญา เพิ่มพานิช” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการขาย บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) เป็นแม่ทัพใหญ่ ก็เข็นแคมเปญใหญ่สุดแห่งปีรับหน้าร้อนกับ “เต็มซ่า ท้าร้อน” จัดฟลอร์น้ำพุเคลื่อนที่ครั้งแรกในเมืองไทย ที่ยกเทคนิคน้ำพุเต้นระบำประกอบ เสียงดนตรีสุดเร้าใจ พร้อมเดินสายตระเวนสาดความสนุกให้กับคนรุ่นใหม่ใน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ พระนครศรีอยุธยา สมุทร ปราการ และพัทยา ตลอดช่วงสงกรานต์ และดึงสามหนุ่มบุดดาเบลส นำทีมสาดความสุขสนุกครึกครื้นให้เหล่าคนรุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังอัดโปรโมชั่น “ดื่มเป๊ปซี่ สดชื่น ลดร้อน” เปิดให้สะสมฝาเป๊ปซี่ เป๊ปซี่กรีน เป๊ปซี่ แมกซ์ เป๊ปซี่ ทวิสต์ มิรินด้า หรือเซเว่นอัพ ที่มีข้อความ “เต็มที่ให้โลกเห็น” ครบ 4 ฝา พร้อมเงิน 39 บาท แลกกระเป๋าผ้า เป๊ปซี่คูลแบ็ก 1 จากหน่วยรถขายตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 ก.ค.นี้
ไม่เพียงแค่ตลาดน้ำอัดลมเท่านั้นที่แข่งขันกันอย่างดุเดือดแต่ชาเขียวพร้อมดื่ม โออิชิ ขอข้ามฟากโดดร่วมวงสมรภูมิรบหวังชิงชัยข้ามประเภทธุรกิจ ซึ่งถือว่ามาแรงแซง ทางโค้งได้ไม่น้อย เพราะ “ตัน ภาสกรนที” ทุ่มสุดตัวถึง 100 ล้านบาท สานต่อแคมเปญเดิม แต่เรียกเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างดี กับแคมเปญครั้งใหญ่รับหน้าร้อน “ไปแต่ตัวทัวร์ยกแก๊งกับโออิชิภาค 2” ที่ทำเอาผู้บริโภคแตกตื่นไปทั่วประเทศ รีบเก็บฝาโออิชิ ส่งชิงโชคกันสุดขีด หวังลุ้นบินเที่ยวฟรีที่ประเทศญี่ปุ่นยกแก๊ง 4 คน แบบอยู่ดี กินดี ฟรีทุกอย่าง ที่ญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์เด็ดกับโปรแกรม โออิชิอินเจแปน…กินอิ่มนอนหลับกับสุดยอดดารา 30 คนร่วมเดินทางไปด้วยทั้งจิ๊ก-เนาวรัตน์, ออย-ธนา, วิน-ธาวิน, เติ้ล-ธนพล, เป้ย-ปานวาด, แป้ง-อรจิรา, นาเดีย นิมิตรวานิช, เมย์-พิชญ์นาฏ, วีเจวุ้นเส้น, ไอซ์-อภิษฎา, ปีใหม่-สุมนรัตน์, อ้วน-รังสิต, นาตาลี เจียรวนนท์, รถเมล์-คะนึงนิจ, วิว-วรรณรท, วิกกี้-สุนิสา เจทท์, ติ๊ก-กัญญารัตน์, ทีน-สราวุฒิ และสมจิตร จงจอหอ อีกทั้งยังมีรางวัลที่ 2 ปลอบใจผู้ที่พลาด โอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ด้วยการ มอบโชคสินค้าจากประเทศญี่ปุ่นอีกเพียบรวม 300 รางวัล หวังดันยอดขายในช่วงซัมเมอร์ของโออิชิให้เติบโตได้ 25% หรือมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท
และในยามที่เศรษฐกิจทรุดเช่นนี้ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้า ที่กลายเป็นขวัญใจของผู้มีรายได้น้อย ซึ่งช่วยให้คลายหิวได้เป็นอย่างดีในราคาเพียงแค่ไม่กี่บาท โดยผู้ประกอบการแต่ละรายก็รีบใช้จังหวะนี้ลุยตลาดกันเต็มเหนี่ยว เริ่มจาก “เบญญาภา ปริญณรัฐ” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โรงงานผลิตภัณฑ์อาหารไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเส้นหมี่อบแห้ง ภายใต้ยี่ห้อ ไวไว และ ควิก แสบ ที่ส่งแคมเปญใหญ่รับหน้าร้อน ด้วยการจัดโปรโมชั่นลดราคาครั้งใหญ่ 50% สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งวงการ เพราะทั้งหั่นราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไวไวและควิก แสบ และผงปรุงรส รสเด็ด ใหม่ เฉพาะงานกาชาดที่สวนอัมพร และกระจายไป จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่นในช่วงสงกรานต์ พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมาย ทั้งซื้อ 2 แถม 1 และขยายเวลาโปรโมชั่นสุดพิเศษ 10 แลก 1 ถึงเดือน พ.ค.นี้ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้คาดหวังเรื่องยอดขายมากนัก แต่ระเบิดแคมเปญออกมาเพื่อเอาใจประชาชน ในยุคเศรษฐกิจซบเซา
มากันที่พี่ใหญ่เจ้าตลาดในวงการ ที่นำทัพโดย “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา มาม่า ส่งหมัดเด็ดสุดยอดของปีนี้เปิดตัว มาม่าราคาเพียง 5 บาท ใน 2 รสชาติใหม่คือ ซุปไก่และโปรตีนไข่ เพื่อเจาะประชาชนที่มีกำลังซื้อซบเซาเข้ากับยุคเศรษฐกิจฝืด เคือง พร้อมใช้งบอีก 10 ล้านบาท ทำกิจกรรมทางการตลาดและโฆษณาสินค้า หวังทำยอดขายในแต่ละเดือนกว่า 20,000-30,000 หีบ นอกจากนี้ ยังเป็นการพลิกฟื้นตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไม่ให้หดตัวหนักไปกว่าเดิม หลังต้นปีที่ผ่านมา มูลค่าตลาดรวมติดลบถึง 4.5%
อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดแทบไม่ได้ในหน้าร้อน ก็คือ เครื่องปรับอากาศ ที่ทั้งค่ายญี่ปุ่นและเกาหลี ต่างทุ่มงบทำตลาดไม่อั้น เพราะเป็นช่วงกอบโกยยอดขายได้สูงสุด โดย “อลง กรณ์ ชูจิตร” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อิเลคทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ได้อัดงบประมาณกว่า 300 ล้านบาท รุกตลาดเครื่องปรับอากาศอย่างหนัก เพราะสภาพอากาศในปีนี้ร้อนขึ้นมาก เมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงเตรียมเปิดตัวสินค้า 6 รุ่นใหม่ เอาใจผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการลดช่องว่างราคาสินค้าให้ใกล้เคียงกับแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่น
ขณะที่ “พัชรวดี ว่องปรีชา” ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ ก็ไม่หวั่นขอสู้ศึกครั้งนี้ด้วยงบ 100 ล้านบาท ทำตลาดเครื่องปรับอากาศมิตซูบิชิ เฮฟวี่ ดิวตี้ ครั้งใหญ่ และใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นครั้งแรก โดยผ่าน “ชาย-ชาตโยดม” เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายและเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ ได้จัดโปรโมชั่นผ่อนชำระ 0% ร่วมกับบัตรเครดิตต่าง ๆ พร้อมมีของแถม ให้กับผู้บริโภคอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่าในช่วง หน้าร้อน ซึ่งเป็นฤดูขายสินค้าจะมียอดขายเติบโต 25-30%
ด้านตลาด “ครีมกันแดด” ก็รับส้มหล่นจากอากาศที่สุดแสนจะร้อนอบอ้าว เพราะผู้บริโภคต่างพร้อมใจควักกระเป๋าจ่ายไม่อั้น เพื่อความสวย และความหล่อ เป็นเหตุให้ตลาดครีมกันแดดที่มีมูลค่าประมาณ 600 ล้านบาท โตกระฉูดถึง 15% สูงสุดในตลาดครีมบำรุงผิวที่มีมูลค่าประมาณ 10,000-12,000 ล้านบาท และแม้ผู้บริโภคยังคงห่วงสวย แต่ผู้ประกอบการก็ไม่นิ่งนอนใจ เพราะต่างลุกขึ้นมาปรับโฉม ปรับสูตร เสริมนวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาจูงใจผู้บริโภค ไม่เว้นแม้แต่ยักษ์ใหญ่ในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคอย่าง “พีแอนด์จี” ที่ตะลุยตลาดผ่านโอเลย์ ไวท์เรเดียนซ์ ใหม่ นวัตกรรมใหม่สุดและแคมเปญใหญ่สุดในรอบปี เนื่องจากมั่นใจว่าผู้หญิงให้ความสำคัญกับความสวยงามอยู่ และเป็นเรื่องที่แยกออกจากเศรษฐกิจอย่างชัดเจน
ส่วนยักษ์ใหญ่อีกค่าย ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง ก็ไม่น้อยหน้าอัดงบการตลาดรวม 200 ล้านบาท เพื่อดันยอดขายในหน้าร้อน แถมยังดึงดารา ทั้ง เอ๊ะ-ศศิกานต์ และ พอลลีน เต็ง เป็นพรีเซ็นเตอร์ วาสลีน เฮลธี้ ไวท์ หวังตอกย้ำแนวคิดไม่ว่าจุดไหนผิวก็กระจ่างใสสม่ำเสมอทั่วเรือนร่าง เอาใจสาว ๆ ทุกวัย รวมถึงแจกสินค้าตัวอย่างให้ได้ทดลองใช้ก่อนซื้อกว่า 200,000 ชิ้น ส่วนผลิตภัณฑ์ ซิตร้า ก็ระเบิดแคมเปญ มั่นใจ 2 เด้ง ซิ่งทำดีท้าแดดกับซิตร้า โดยมี 2 หนุ่มฮอต กอล์ฟ-ไมค์ เป็นพรีเซ็นเตอร์ ดึงดูดสาว ๆ และแฟนคลับให้เป็นตัวกระทุ้งยอดขายพุ่งปรี๊ดรับทรัพย์เข้าบริษัทเต็ม ๆ
อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าของสินค้าทุกรายจะแห่กันกระหน่ำแคมเปญมากแค่ไหน แต่ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คงเป็นบทพิสูจน์ว่าการต่อสู้บนเวทีนี้คงไม่ง่ายนักเพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคต่างต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางสภาพเศรษฐกิจถอยหลังลงคลองอย่างหนัก หลายคนถูกลด เงินเดือน หลายคนต้องตกงานโดยไม่ทันตั้งตัว และสิ่งที่ตามมาคือกำลังซื้อที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ ซึ่งการจะใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ต้องคุ้มค่าและจำเป็น
ดังนั้นถือเป็นโจทย์ที่หินเอาการ สำหรับบรรดาเจ้าของสินค้าที่จะกระตุกต่อมต้องการซื้อสินค้าของผู้บริโภคให้มาจับจ่ายผลิตภัณฑ์ของตนเองได้แต่งานนี้ ใครจะแน่ ใครจะแรงและใครจะอยู่ หรือล้มอย่างไม่เป็นท่า ต้องจับตามองอย่างไม่กะพริบ เพราะหน้าร้อนนี้อาจเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่โหมทำการตลาดก็เป็นได้.
ที่มา www.dailynews.co.th
14 April 2009
ขวัญหทัย แนวหล้า-วราภรณ์ เทียนเงิน