“จีน” หวั่นชุมนุมเมืองไทย สั่งจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดเป็นห่วงความปลอดภัย “เหวิน เจียเป่า” ส่วน “อภิสิทธิ์” เรียกถกด่วนฝ่ายเกี่ยวข้องประชุมอาเซียน-คู่เจรจา “กษิต-เทพเทือก” ออกโรงการันตีความปลอดภัยขั้นสุดยอด ยกมาตรฐานประชุมชะอำ-หัวหินเป็นเกณฑ์ นายกฯยืนยันเดินตามกรอบกฎหมายจัดการม็อบ ลั่นไม่มีทางยุบสภา ชี้จุดเริ่ม “แดงเดือด” มาจากม็อบเชียงใหม่ไล่ปชป. “บิ๊กป๊อก” ยันไม่ใช้อำนาจอื่นจัดการแก้ปัญหา ฝ่ายวิปรัฐบาลทอดสะพานสันติ เล่นบทอ่อนลู่ตามลม พร้อมถกพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ “ชินวรณ์” หนุนใช้เวทีรัฐสภาแก้ปัญหา “เทพไท” สับเสื้อแดงกรอกหู “ฆ่ามัน” ทุกวัน ปูด 10 เม.ย. มีเหตุสร้างเรื่องปิดเกม “เพื่อนเนวิน” ซัด “เหลิม” พูดเอาแต่ดีใส่ตัว จวกชุบมือเปิบบินไปขอเก้าอี้มท.1ถึงลอนดอน “ปรีชา” ยืนยัน “ทักษิณ” ไม่เคยหักหลัง “สมัคร” ชี้ “เนวิน” ดันคนตัวเองนั่งนายกฯหวังกดปุ่มได้ ส.ส.เพื่อไทยผูกไทค์แดงประชุมสภา
นายกฯยึดกฎหมายจัดการ
เมื่อวันที่ 8 เม.ย. ที่โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท ประตูน้ำ เวลา 09.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า มีคนบางกลุ่มต้องการให้เกิดความรุนแรง ใครที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินการ นอกจากนั้นยังได้มีการประสานงานกับกระทรวงยุติธรรมในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ อำนาจศาล ก็จะดำเนินการอย่างเร็วที่สุด รัฐบาลยืนยันว่าเราจะใช้แนวทางละมุนละม่อมและไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมรับ ความรุนแรง ยืนยันว่าใครทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และตนให้ความมั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หรือใช้ความรุนแรง
ส่วนที่มีข่าวว่าครอบครัวของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคนใกล้ชิด เดินทางออกนอกประเทศไปหมดแล้วนั้น นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่ามีการยืนยันอย่างนั้น แต่ขอฝากให้ผู้ชุมนุมคิดก็แล้วกันว่าขณะที่มีการเรียกร้องให้ผู้ออกมาชุมนุม เรียกร้องประชาธิปไตยอย่างสงบ แต่ก็มีคนบางกลุ่มเคลื่อนไหว เพราะต้องการให้เกิดความรุนแรง คนที่ชักชวนก็ไม่ได้อยู่ ไม่ได้รับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ลั่นยุบสภาไม่เกิดประโยชน์
เมื่อถามว่ากลุ่มผู้ชุมนุมประกาศว่าจะให้เกิดความรุนแรงถึงที่สุดเพื่อให้ รัฐบาลตัดสินใจยุบสภา นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีใครทำผิดกฎหมาย ถ้าใช้ความรุนแรงก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย ถ้าเรียกร้องประชาธิปไตยต้องยึดหลักประชาธิปไตย รัฐบาลจะไม่ยุบสภาเพราะมีคนทำผิดกฎหมายมาบอกให้ยุบสภา แต่จะยุบสภาก็ต่อเมื่อการยุบสภาเป็นทาง ออกที่เหมาะสมของบ้านเมือง ถ้าเรียกร้องประชา ธิปไตยแล้วมาหารือ พูดคุย กระบวนการปฏิรูปการเมืองอย่างนั้นเป็นไปได้ แต่ถ้ามาข่มขู่ใช้ความรุนแรงให้ยุบสภา เราไม่ทำเด็ดขาด
เมื่อถามว่าหมายความถ้ายุบสภาแล้ว ก็อาจต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในสภาพอย่างนี้ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ และจะเป็นเรื่องที่เสียหายมากต่อ ประเทศ ดังนั้นต้องหยุดตรงนี้ก่อนทั้งหมด ตนจึงบอกว่าประเทศต้องการเสถียรภาพระยะหนึ่ง ส่วนเรื่องการปฏิรูปการเมืองก็เดินต่อไป ขณะที่การคืนอำนาจก็ทำในเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าภาพลักษณ์ของประชาธิปไตย ถ้ามีการเลือกตั้งแล้วปรากฏว่ามีการข่มขู่คุกคามกันอย่างนี้ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแน่นอน
จุดเริ่มรุนแรงจากเชียงใหม่
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 07.10 น. นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์รายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ถึงเหตุการณ์ที่ถูกกลุ่มคนเสื้อแดงล้อมและทุบรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ศูนย์ รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ที่นายกฯโดยสารอยู่ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า ที่จริงมีข่าวมาตั้งแต่คืนวันที่ 6 เม.ย. ว่าจะมีการมาขว้างปาหรือทำอะไรสักอย่างต่อตน อยากบอกว่าวิธีอย่างนี้ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย และตนเป็นห่วงคนที่มาเรียกร้องประชาธิปไตยว่าจะกลายเป็นเหยื่อของคนกลุ่ม เล็ก ๆ ที่ต้องการใช้ความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เคยมีคนถามตนว่าทำไมไม่ยุบสภา ซึ่งตนบอกว่าถ้ายุบสภาแล้วเขาไม่ให้ปล่อยให้คนอื่นเข้าไปรณรงค์หาเสียงหรือ เคลื่อนไหวทางการเมืองได้บ้างก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย
ต่อข้อถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ถือ ว่าแรงที่สุดในชีวิตการเมืองหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สูสีกับเหตุการณ์การขว้างปาบนเวทีปราศรัยที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ความรุนแรง ตนจึงอยากบอกว่าต้องกลับไปคิดว่าจุดเริ่มต้นของรูปแบบของการใช้วิธีรุนแรง แบบนี้มาจากไหนซึ่งไม่ใช่วิถีทาง ประชาธิปไตยและนี่คือตัวที่ฟ้องว่าจิตใจความเป็นประชาธิปไตยของคนเป็นอย่าง ไร
“สาทิตย์”ปัดใช้ช่อง11สร้างมูล
นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่พ.ต.ท.ทักษิณออกมาพูดโดยมีท่าทีสนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรง ใช้กำลังอย่างเปิดเผย ซึ่งตัวอย่างก็เห็นได้จากเหตุการณ์ที่พัทยา แม้ไม่ได้ชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่ก็มีเจตนาใช้สิทธิเกินรัฐธรรมนูญ โดยมีการทำลายทรัพย์สินและทำร้ายตัวบุคคลชัดเจน ซึ่งรัฐบาลพยายามกำชับให้เจ้าหน้าที่ไม่ให้เกิดความรุนแรง คนส่วนใหญ่กำลังกังวลและไม่อยากให้เกิดเหตุบานปลาย ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามให้เกิดความมั่นใจแต่สิ่งที่ห่วงมากที่สุดคือการสร้างสถานการณ์ ของมือที่สาม
นายสาทิตย์ ยังระบุว่า นอกจากนี้ยังจะเห็นได้จากที่พ.ต.ท.ทักษิณพยายามพูดโยนความผิดให้รัฐ เช่น การบอกว่าจะมีการใช้คนใส่เสื้อแดงแล้วให้ช่อง 11 ไปถ่ายภาพ ซึ่งเราไม่มีนโยบายเช่นนั้น หรือการพูดชี้นำเพื่อจะใช้สถานการณ์จุดความรุนแรงให้เกิดสงครามกลางเมือง หรือการปฏิวัติโดยประชาชน ซึ่งเรายอมไม่ได้ ส่วนที่มีข่าวว่าครอบครัวของพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้วนั้น อาจเป็นสัญญาณว่าเหตุการณ์การชุมชุมอาจถึงขั้นแตกหักได้
รัฐบาลลู่ลมใช้สภาแก้เกม
ที่รัฐสภา นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ขอเรียกร้องไปยังแกนนำผู้ชุมนุมโดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณว่าหากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้นในฐานะแกนนำจะต้องรับผิดชอบ และขอร้องประชาชนอย่าตกเป็นเหยื่อ การชุมนุมครั้งนี้แตกต่างจากการชุมนุม ทุกครั้งที่ผ่านมาเนื่องจากมีการใช้คำว่า “ปฏิวัติประชาชน” ซึ่งหมายถึงต้องการให้เกิดความแตกแยกระหว่างประชาชนด้วยกันเอง จึงไม่คิดว่าใครจะเอาความรักในตัวบุคคลคนเดียวมาทำลาย ความรักที่มีต่อประเทศชาติบ้านเมืองได้
เมื่อถามว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ให้มีความรุนแรงน้อยลงอย่างไร นายชินวรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลเปิดกว้างให้ฝ่ายค้านเสนอกฎหมายหรือกระทู้เข้ามาถามในสภาได้เต็มที่ และพร้อมเปิดกว้างให้มีการเจรจา โดยเฉพาะการตั้งเป็นคณะกรรมการปฏิรูปการเมืองเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของประเทศในระยะยาว เมื่อถามว่ารัฐบาลพร้อมจะสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติที่ฝ่ายค้านเสนอ เข้ามาในสภาหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เรายินดีเปิดกว้าง แต่ต้องให้เป็นมติของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสียงส่วนใหญ่ที่จะพิจารณาร่วม กันว่าจะอนุญาตให้นำร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาหรือไม่
สับเสื้อแดงกรอกหู“ฆ่ามัน”
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า เชื่อว่าจะมีประชาชนเข้าร่วมชุมนุมทั้งวันไม่เกิน 1 แสนคน ไม่เป็นไปตามเป้าที่แกนนำตั้งไว้ 3 แสนคน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือเรื่องความรุนแรง เพราะผู้ที่มาร่วมชุมนุมมีคนหลากหลายยากที่จะควบคุม รวมทั้งแกนนำได้ประกาศบนเวทีตลอดเวลาว่า “ฆ่ามัน ๆ” ซึ่งเป็นการปลุกระดมคนให้ฮึกเหิมมากขึ้น ตนจึงอยากเรียกร้องไปยังแกน นำ นปช.หากแกนนำจริงใจต่อมวลชนขอให้มายืนอยู่แถวหน้าเดินนำกลุ่มผู้ชุมนุม มากกว่าให้มวลชนเป็นแนวหน้า
นายเทพไท กล่าวว่า การนำมวลชนมาบังหน้าเป็นบันไดไปสู่ผลประโยชน์ของตัวเอง เพราะผู้ชุมนุมคงไม่มีใครอยากสังเวยชีวิตในการชุมนุม แม้แต่คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณเองก็มีข่าวว่าหนีออกนอกประเทศไปแล้ว เป็นการแสดงให้เห็นว่าพร้อมที่จะเคลื่อน ไหวให้แตกหักกับรัฐบาล และให้บรรลุแผนตากสิน อยากเตือนเจ้าหน้าที่บ้านเมือง เพราะวันนี้ประกาศชัดเจนว่ารัฐบาลไม่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ดังนั้น ตำรวจต้องเป็นพระเอกในการดูแลสถาน การณ์ หากวางเฉย ใส่เกียร์ว่างอาจเกิดความเสียหายและรุนแรงได้
แฉป่วนเมืองเพิ่มการต่อรอง
นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงจะมีการดำเนิน การ 3 ลักษณะเพื่อให้เหตุการณ์บานปลาย รุนแรง คือ 1.ใช้ผู้แฝงตัวเข้าไปร่วมชุมนุม 2.ใช้ตัวการทำให้เกิดการเผชิญระหว่างประชาชนด้วยกัน และ 3.มีตัวการทำงานร่วมกับผู้วางแผนอยู่เบื้องหลัง สร้างสถานการณ์ต่าง ๆ จุดประสงค์ของเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อให้มีเหตุการณ์ลุก ลามจนต้องให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเป็นคนกลางออกมาคลี่คลายสถานการณ์ แต่ก็ไม่สามารถยุติได้เพื่อเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณจะออกมาห้ามเอง ถือเป็นการบีบเพิ่มอำนาจต่อรองให้ทำตามข้อเรียกร้อง นปช.และพ.ต.ท.ทักษิณ
นพ.บุรณัชย์ กล่าวอีกว่า สำหรับตัวการผู้ร่วมแนวทางการทำงานในการก่อความวุ่นวายไม่ใช่มีเฉพาะมวลชน แต่มีนายทหารและตำรวจนอกแถวร่วมอยู่ด้วย จึงขอให้ผู้บังคับบัญชาดูแลไม่ใช้ทหารและตำรวจเหล่านี้ทำตัวเป็นเครื่องมือ ของพ.ต.ท.ทักษิณในการก่อความวุ่นวายให้กับประเทศ
ซัด“เหลิม”มั่วเอาดีใส่ตัว
ที่รัฐสภา 8 ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน นำโดย นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม และนายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรธานี พรรคภูมิใจไทย ได้แถลงข่าวตอบโต้ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ออกมาระบุว่านายเนวิน ชิดชอบ สำคัญตัวเองผิดคิดว่าเป็นผู้มีบารมี แต่เล่าความจริงให้กับประชาชนฟังไม่ครบ โดยนายศุภชัย กล่าวว่า ตนในฐานะคนใกล้ชิดนายเนวินเข้าใจดีว่าตั้งแต่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง นายเนวินและพวกตนถูกพรรคเพื่อไทยและพ.ต.ท.ทักษิณโจมจีใส่ร้ายป้ายสีมาตลอด ว่าทรยศ หักหลัง เนรคุณพวก จึงต้องนำความจริงเบื้องลึกเบื้องหลังมาชี้แจงให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับ ทราบ ไม่ใช่การสำคัญตัวเองผิดอย่างที่ถูก กล่าวหา
นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ร.ต.อ.เฉลิมไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะช่วงที่คมช.ทำรัฐประหาร พวกตนและนายเนวินต้องต่อสู้กับ คมช. แต่ไม่รู้ว่าช่วงเวลาดังกล่าวร.ต.อ.เฉลิมไปหลบหัวอยู่ที่ไหน ขอยืนยันอีกครั้งว่าผู้ที่ถูกหักหลังจริง ๆ คือนาย สมัคร สุนทรเวช อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชาชน เพราะในวันนัดลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯวันที่ 12 ก.ย. 51 เวลา 09.00 น. พวกตนยังได้รับโทรศัพท์จากนายใหญ่ให้สนับสนุนนายสมัคร ทุก วิถีทาง ในขณะที่ทางลึกกลับมีการประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลที่จะไม่เอานายสมัคร อย่างนี้ยังเรียกว่า พ.ต.ท.ทักษิณถูกหักหลังอีกหรือ
จวกชุบมือเปิบบินขอเก้าอี้
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่ได้ระบุถึงพ.ต.ท.ทักษิณให้รางวัลนายเนวิน ด้วยการผลักดันให้นายชัย ชิดชอบ บิดาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่เป็นความจริง เพราะนายชัยได้รับการเสนอชื่อหลังจากที่นายยงยุทธ ติยะไพรัช ถูกกกต.ตัดสิทธิทางการเมือง และการที่ พ.ต.ท. ทักษิณเสนอชื่อนายชัยก็เพราะหาคนที่ไว้วางใจในพรรคไม่ได้และต้องการแก้ไข ปัญหาภายในพรรคพลังประชาชนขณะนั้นด้วย เพราะนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตรองประธานสภาคนที่หนึ่งก็อยากจะขึ้นเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเช่นเดียว กัน หาก พ.ต.ท.ทักษิณจะให้รางวัลนายเนวิน จริง ๆ ทำไมจึงไม่เสนอชื่อนายชัยเป็นประธานสภาตั้งแต่แรก
“ร.ต.อ.เฉลิม เป็นคนที่เข้ามาคนสุดท้าย เลยไม่รู้ว่า ท่านเนวินนั้นสู้เพื่อนายกฯทักษิณมามากแค่ไหน เพราะพวกเราพบ ร.ต.อ.เฉลิม ครั้งแรก ที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งร.ต.อ.เฉลิม มารับประทานอาหารกับพ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อขอตำแหน่ง แล้วพอกลับมาประเทศไทย ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้เป็น รมว.มหาดไทย โดยไม่เคยเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเหมือนคนอื่น” นายศุภชัย กล่าว
พท.ผูกไทแดงประชุมสภา
ส่วนนายเชิดชัย กล่าวว่า ตนมองว่าร.ต.อ.เฉลิมเองคือมนุษย์พันธุ์พิเศษ เพราะในอดีตก็เคยด่าพ.ต.ท.ทักษิณแบบเสีย ๆ หาย ๆ ถึงขนาดว่าชาตินี้จะไม่ยอมเผาผีกัน หรือว่าวันนี้ได้เป็น “ทาสตัวใหม่” ของพ.ต.ท.ทักษิณไปแล้วหรือร.ต.อ.เฉลิมฝันอยากเป็นนายกฯ อยากบอกว่าถ้าจะเป็นได้ ก็คงได้แค่นายกฯจำอวดในสภาหรือนายกฯขายฝันเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาวันที่ 8 เม.ย. ส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนมากพร้อมใจผูกเนกไทสีแดงเข้าประชุม อาทิ นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน นายชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี ขณะที่ผู้ติดตามและคนขับรถของส.ส.หลายคนสวมเสื้อยืดสีแดงแต่เมื่อเข้าสภาก็ ได้สวมเสื้อซาฟารีทับด้านนอก แต่ยังมีสัญลักษณ์อื่น เช่น ผ้าพันข้อมือ สายรัดข้อมือสีแดง
“ปรีชา”ตอกเนวินหวังบงการ
นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทยและอดีต รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ตอบโต้นายเนวินว่า ยืนยันว่าพ.ต.ท. ทักษิณไม่ได้หักหลังนายสมัคร ตามที่นายเนวิน กล่าวหา แต่ความจริง คือ ส.ส.พรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรู้ชะตากรรมนายสมัครดี แต่มนต์เขมรอยากได้นายกฯที่เขากดปุ่มสั่งได้ คือนายสมัครและนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.คลัง แต่นพ.สุรพงษ์สุดท้ายก็ยอมถอนตัว ให้กับนายสมชาย
นายปรีชา กล่าวว่า ตนยืนยันว่าในขั้นตอนการเลือกนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ส.ส.พรรคพลังประชาชนขณะนั้น ส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้นายชัย ชิดชอบเป็นประธานสภา เพราะประเมินว่าวันหนึ่งจะต้องเกิดเหตุการณ์เช่นที่เป็นอยู่ขึ้น โดยเสนอชื่อนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ส.ส.ขอนแก่นและพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี แต่พ.ต.ท. ทักษิณ ขอร้องจึงยอม
แนะจับตา 10 เม.ย.หวั่นมีเหตุ
นายเทพไท แถลงภายหลังแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ว่า ตนมองว่าข้อเรียกร้องของแกนนำเสื้อแดงและ พ.ต.ท. ทักษิณ ยังมีความไม่ตรงกัน โดยพ.ต.ท.ทักษิณ เรียกร้องให้ยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ แต่แกนนำเสื้อแดงกลับเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ลาออก หรือเหตุผลที่เปลี่ยนข้อเรียกร้องเพราะพรรคเพื่อไทยประเมินพบว่ากระแสตีกลับ ถึงไม่กล้า ยืนยันให้ยุบสภา ส่วนข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปการเมืองนั้น ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เสนอสิ่งนี้ให้วิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดแต่ได้รับการ ปฏิเสธ ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ขัดข้องให้ใครก็ได้ที่ทุกฝ่ายยอมรับมาทำหน้าที่ ปฏิรูปการเมือง
นายเทพไท ยังกล่าวว่า ในการชุมนุมรัฐบาลมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรง ล่าสุดก็ปรากฏการคุกคามของสื่อซึ่งไม่สมควรที่จะเกิดขึ้น ส่วนความกังวลเรื่องมือที่สามนั้นไม่มีแน่ แต่จะเป็นมือที่เกิดจากภายในม็อบที่หาจุดลงไม่ได้ สร้างสถานการณ์เพื่อให้จบลงโดยมีจำเลยเองตามที่ประกาศเป้าหมายระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย.หาก 2 วันแรกไม่ได้รับการตอบสนองวันที่ 10 เม.ย. ก็จะต้องจับตามองเป็นพิเศษเพราะเป็นวันสุดท้ายอาจจะมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด เกิดขึ้นเพื่อเป็นไปตามความต้องการของแกนนำ
ผบ.ทบ.ยันไม่ใช้อำนาจอื่น
ที่ พล.ม.2 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ว่า อยากเรียนว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรง การรวมตัวของผู้ชุมนุมทำได้ แต่ต้องไม่มีเหตุการณ์รุนแรงให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ ต่อข้อถามว่า หากสถานการณ์เกิดความรุนแรง กองทัพต้องถูกบังคับให้ออกมาตัดสินใจเหมือนกับสมัยคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง ชาติ (คมช.) หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ไม่มีอย่างแน่นอน ไม่ว่าสถานการณ์จะเลวร้ายที่สุดแค่ไหนอย่างไร ก็จะใช้มาตรการทางกฎหมาย ไม่มีการใช้อำนาจอื่น” และไม่มีความจำเป็นต้องใช้ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเชื่อว่าจะสามารถคุมสถานการณ์ได้ไม่น่าจะมีอะไรที่รุนแรง
ที่โรงพยาบาลทหารผ่านศึก พล.อ. อภิชาต เพ็ญกิตติ ปลัดกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ว่า เหตุการณ์คงไม่พัฒนาไปเหมือนเหตุการณ์เดือนตุลาคมหรือพฤษภาทมิฬ ทั้งนี้อยากเตือนประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ไม่ว่าด้วยอุดมการณ์หรือความเห็นไม่ตรงกันขอให้ระมัดระวัง อย่างที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดว่าต้องแตกหักให้ได้ ตนไม่เห็นประโยชน์ใดที่จะเกิดขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ความย่อยยับของประเทศชาติ
รมว.กห.ถาม“ทักษิณ”คิดอะไร
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์หลังร่วมงานวันสถาปนากลาโหมครบรอบ 122 ปีโดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วมถึงการชุมนุมของคนเสื้อแดงว่า ต้องถามอดีตนายกฯ ว่าขณะที่ประเทศกำลังดำเนินการอยู่และกำลังมีปัญหาอยู่มาก มาทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ต้องเรียนถามท่านดูว่ามีจุดประสงค์อะไร
เมื่อถามว่ากรณีของ นายเนวิน ชิดชอบ เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หยุดก้าวล่วงสถาบัน และหยุดปลุกระดมไม่ให้ประชาชนออกมาชุมนุมจะได้ผลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้จะต้องถาม พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะนายเนวิน เป็นคนถาม พ.ต.ท.ทักษิณแต่ก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดี
จีนติดตามสถานการณ์ไทย
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ได้กล่าวถึงกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงบุกทุบรถนายกฯที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรีว่า ถือเป็นบทเรียน แต่ตนไม่คิดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการจัดประชุมอาเซียน โดยผู้นำประเทศอาเซียนจะเดินทางมาร่วมประชุมตามกำหนดเดิมอย่างแน่นอน ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้ ผบ.ตร.เข้าไปดู และซักซ้อมในพื้นที่อีกครั้ง เมื่อถามว่า ขบวนนายกฯเดินทางไปพื้นที่ไหนไม่มีการติดไฟแดง นายสุเทพ กล่าวว่า อย่างที่ตนได้บอกไว้ เป็นเรื่องไม่ปกติ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่งประเทศจีนในวันเดียวกันว่า นายหู เฮงหยู รมช. ต่างประเทศจีน แถลงเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา 6 ประเทศ ที่พัทยา ระหว่างวันที่ 10-12 เม.ย.นี้ โดยมีนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีของจีนเข้าร่วม ประชุมด้วยว่า รัฐบาลจีนแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งจีนได้ติดตามสถานการณ์เรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและเชื่อมั่นในรัฐบาลไทยว่า มีความสามารถที่จะดูแลด้านความปลอดภัยให้กับผู้นำและผู้แทนต่างประเทศที่มา ร่วมประชุมครั้งนี้
คุมผู้นำ15ชาติปลอดภัย
ที่กระทรวงการต่างประเทศ เวลา 14.35 น. นายกษิต แถลงถึงกรณีที่มีความห่วงใยต่อการจัดประชุมผู้นำอาเซียนในวันที่ 10-12 เม.ย. ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี หลังจากกรณีที่กลุ่มคน เสื้อแดงทุบรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ที่นายอภิสิทธิ์โดยสารอยู่เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมาว่า เมื่อผู้นำประเทศเหล่านี้มาเป็นราชอาคันตุกะและอาคัน ตุกะของเรา เราก็ต้องให้การคุ้มครองคุ้มกันและรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ดีที่สุด เพราะถือเป็นความรับผิดชอบของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ตนจึงขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนได้ว่าประเทศไทยจะสามารถเป็นเจ้าภาพการ ประชุมดังกล่าวได้อย่างสมศักดิ์ศรี
นายกษิต กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่อไปยังสถานเอกอัครราชทูตของทั้ง 15 ประเทศแล้ว เพื่อยืนยันถึงความพร้อมโดยที่ประเทศเหล่านั้นไม่ได้มีการสอบถามหรือมี ปฏิกิริยาด้านลบต่อเหตุการณ์รวมถึงไม่มีประเทศใดที่แจ้งปฏิเสธที่จะมาร่วม ประชุม อย่างไรก็ตามในวันที่ 17 เม.ย.กระทรวงฯจะเชิญคณะทูตต่างประเทศในไทยมารับฟังสรุปผลการประชุมผู้นำ อาเซียนกับประเทศคู่เจรจาครั้งที่ 14
ใช้มาตรฐานสากลสูงสุด
ต่อมาเวลา 17.45 น. นายสุเทพ พร้อมด้วย พล.อ.ประวิตร และนายกษิต ร่วมกันแถลงข่าวถึงกรณีที่มีความห่วงใยต่อการจัดประชุมผู้นำอาเซียนกับ ประเทศคู่เจรจา หลังเข้าประชุมกับนายกฯว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเมืองพัทยากับนายกฯถือว่าผิดความคาดหมาย อย่างไรก็ตาม มาตรการในการดูแลผู้นำประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาจะเป็นคนละมาตรฐานที่ ใช้ในการดูแลผู้นำของเราตามปกติ ส่วนชุดปฏิบัติการที่จะมาดูแลผู้นำประเทศอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาจะใช้ มาตรการที่เป็นมาตรฐานสากล และระวังความปลอดภัยสูงสุด รวมทั้งจะระดมสรรพกำลังทั้งหมด
นายสุเทพ ยืนยันว่า เราจะรักษาความปลอดภัยด้วยมาตรฐานโลกทุกประการเช่นเดียวกับที่ใช้การประชุม ผู้นำประเทศอาเซียน ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อถามว่า เป็นห่วงเรื่องของมือที่สามที่จะมาก่อความวุ่นวายหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ต้องระวังกันอยู่แล้ว ถ้าประชาชนเห็นอะไร ก็ต้องคอยเป็นหูเป็นตาแล้วบอกให้เจ้าหน้าที่รับทราบ
เผยล้อมนายกฯไม่คาดคิด
ที่ศูนย์กีฬาในร่มเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เวลา 16.30 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวสนธิกำลังรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้าน จราจร การประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจาครั้งที่ 14 โดยมีการใช้หน่วยงานหลักและเสริม 41 หน่วยงาน กำลังพล 7,913 นาย โดย พล.ต.อ.พัชรวาท ให้สัมภาษณ์ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายกฯว่า เป็นคนละส่วนกับการประชุมอาเซียน การประชุม ครม. เมื่อวันที่ 7 เม.ย.นั้นจึงไม่ได้กำชับกำลังตำรวจในส่วนนี้ ใช้ตำรวจในระดับของจังหวัดและตำรวจภูธรภาค 2 ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เท่าที่ฟังรายงานจะใช้คำว่าเกิดความผิดพลาดก็เป็นได้
ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งให้ ผบช.ภ.2 ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าข้อบกพร่องเกิดจากอะไร ต้องรอผลการรายงาน ในกรณีหากมีกลุ่มเสื้อแดงมาชุมนุมประท้วงระหว่างการประชุมอาเซียนกับประเทศ คู่เจรจา ก็จะให้ชุมนุมกันได้แต่ต้องกำหนดระยะห่างจากที่ประชุมประมาณ 1-2 กิโลเมตร หากตำรวจไม่พอก็จะประสานกำลังทหารมาช่วยเสริม.
ที่มา
9 April, 2009