คู่มือเพื่อผู้หญิงคืนสู่มาตุภูมิ

ด้วยความร่วมมือของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งออสเตรเลีย กับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน ดำเนิน “โครงการนำร่องระดับภูมิ ภาคว่าด้วยการรับหญิงไทยที่เป็นเหยื่อค้ามนุษย์จากประเทศออสเตร เลีย กลับสู่ประเทศไทย” โดยจัดพิธีส่งมอบ “คู่มือคนกลับบ้าน” และ    “เมื่อฉันกลับบ้าน” แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ณ กรมประชาสงเคราะห์ สถานสงเคราะห์เด็กหญิงบ้านราชวิถี

นางโมนีค ฟิลสโนเอล หัวหน้าสำนักงาน องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน   (ไอ โอ เอ็ม) กล่าวว่า ดำเนินโครงการเพื่อการ   ต่อต้านการค้ามนุษย์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 มีแผนงานกว่า 500 โครงการ ใน 85 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทย ไอ โอ เอ็ม ดำเนินงานโดยความร่วมมือใกล้ชิดกับรัฐบาล องค์กรและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ล่าสุดจัดทำคู่มือ “เมื่อ ฉันกลับบ้าน” ภาษาไทย 800 เล่ม ภาษาอังกฤษ 200 เล่ม นำเสนอข้อมูลเป็นทางเลือกแก่ผู้ เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ตัดสินใจ  กลับบ้าน เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในประเทศไทย อาทิ การให้ความช่วยเหลือด้านสังคมจิตใจ การพัฒนาทักษะชีวิตด้านต่าง ๆ การสนับสนุนการศึกษา การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและการ   ฝึกอาชีพ

หัวหน้าสำนักงาน ไอ โอ เอ็ม กล่าวถึง “คู่มือคนกลับบ้าน” คู่มือฉบับพกพาอีกเล่มว่า ให้ข้อมูลหญิงไทย  ที่ประสบปัญหาในการเข้าถึงความช่วยเหลือต่าง ๆ เมื่อ เดินทางกลับถึงประเทศไทย โดยมูลนิธิเพื่อนหญิงรวบ  รวมข้อมูลที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานรัฐบาล  และเอกชน เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถติดต่อได้ จัดพิมพ์ภาษาไทย จำนวน 20,000 เล่ม มอบให้หน่วยงานของรัฐ เอกชน และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศออสเตรเลียและไทย

นางญาณี เลิศไกร

ผอ.สำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก กล่าวถึงสถานการณ์การค้า มนุษย์ในประเทศไทย 3 สถานะคือ เป็นประเทศต้นทาง, ทางผ่าน และปลายทาง ปัจจุบันนอกจากเด็กและผู้หญิงถูกล่อลวงไปค้าประเวณีแล้ว พบว่าผู้ชาย ยังเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้วย ในรูปแบบบริษัททัวร์, หลอกจดทะเบียนสมรส หรือปลอมแปลงเอกสารรับบุตรบุญธรรม แล้วนำไปค้าประเวณี ขณะนี้แอฟริกาใต้ และบาห์เรน เป็นประเทศที่นิยมไปกันมาก เนื่องจากไม่ต้องขอวีซ่า เข้าออกประเทศง่าย “การให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ชาวไทย จากประเทศออสเตรเลีย ประสานความร่วมมือ ระดับรัฐบาลต่อรัฐบาลในแนวทางมาตรฐาน 4 ประการ คือ รัฐบาลต้องมีนโยบายช่วยเหลือชัดเจน ไม่ยึดติดว่าเป็นคนชนชาติใด, ป้องกันปัญหาต้นเหตุ ให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน รวมถึงให้การคุ้มครองผู้เสียหาย ให้ได้รับความปลอดภัยในกรณีดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย และปราบปรามกลุ่มกระบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และกำหนดหลัก 6 ประการ ช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ไม่ให้ย้อนเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์อีก โดยหางานเพื่อประกอบอาชีพสุจริต, ฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ, สนับสนุนช่วยเหลือทางด้านกฎหมาย, อบรมทักษะชีวิต ดูแลทั้งผู้เสียหาย รวมถึงครอบครัว, ให้คำปรึกษาด้านจิตใจ และให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ สุขภาพอนามัย” นางญาณี กล่าว.
ที่มา เดลินิวส์ 9 April, 2009

This entry was posted in Women and tagged , , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.